จัดการพนักงาน

วิธีคิดค่าคอมมิชชั่นช่างทำผม ช่างเล็บ และพนักงานนวด พร้อมตัวอย่างคำนวณเป็นบาท

เทียบวิธีคิดค่าคอมมิชชั่นแบบเปอร์เซ็นต์ ขั้นบันได ยอดขายสินค้า และค่าแรงรับประกันขั้นต่ำ พร้อมตัวอย่างคำนวณเป็นบาทสำหรับร้านเสริมสวย ร้านนวด และร้านทำเล็บ

หมวด
จัดการพนักงาน
เวลาอ่าน
10 นาที
อัปเดต

วิธีคิดค่าคอมมิชชั่นที่ร้านบริการใช้กันบ่อยมีหลายแบบ ได้แก่ เปอร์เซ็นต์คงที่จากค่าบริการ ขั้นบันไดตามยอดรายเดือน ฐานเงินเดือนบวกค่าคอม ค่าแรงรับประกันขั้นต่ำหรือค่าคอมแล้วแต่อย่างไหนสูงกว่า และค่ามือต่อชั่วโมงสำหรับงานนวด หลักสำคัญคือให้คิดจากยอดที่ลูกค้าจ่ายจริงหลังหักส่วนลด และแยกเรทของงานบริการกับยอดขายสินค้าออกจากกัน แล้วเขียนกติกาให้ทีมรู้ล่วงหน้าตั้งแต่วันแรก

คู่มือนี้เขียนสำหรับเจ้าของร้านที่ลูกค้าจองคิวเข้ามารับบริการ เช่น ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ร้านนวดและสปา ร้านทำเล็บและต่อขนตา ถ้าคุณทำร้านค้าปลีกหรือขายของออนไลน์ หลักการขายแบบนั้นต่างออกไป ควรหาคู่มือเฉพาะทางแทน ส่วนเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าคอม ร้านต้องหักหรือไม่และหักอัตราเท่าไร เป็นคำถามที่ควรยืนยันกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีของร้าน เพราะอาจขึ้นกับว่าช่างเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้างอิสระ

ตัวเลขทุกตัวในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตรามาตรฐานของตลาด คุณควรปรับให้เข้ากับต้นทุนและราคาของร้านคุณเอง

วิธีคิดค่าคอมมิชชั่น และร้านบริการควรจ่ายจากยอดไหน

ค่าคอมมิชชั่นคือส่วนแบ่งรายได้ที่ร้านจ่ายให้ช่างหรือพนักงาน ตามงานที่เขาทำหรือสินค้าที่เขาขายได้ สำหรับร้านบริการ คำถามแรกที่ต้องตอบไม่ใช่ว่าจะให้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่คือจะคิดจากยอดไหน

ฐานยอดที่ร้านสามารถเลือกใช้มี 3 แบบ

  • ราคาหน้าเมนู ง่ายที่สุด แต่ร้านรับภาระส่วนลดเองทั้งหมด
  • ยอดที่ลูกค้าจ่ายจริง หลังหักส่วนลดและโปรโมชั่น เป็นแบบที่ยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด
  • ยอดหลังหักค่าวัสดุ เหมาะกับงานที่ใช้ของแพง เช่น ทำสีผม ต่อเล็บ ทรีตเมนต์ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะ

เลือกแบบเดียวแล้วใช้ให้เหมือนกันทั้งร้าน ถ้าช่างคนหนึ่งคิดจากราคาเมนู อีกคนคิดจากยอดจ่ายจริง ทีมจะรู้สึกไม่เท่าเทียมเร็วมาก

วิธีคิดค่าคอมมิชชั่นแบบเปอร์เซ็นต์จากค่าบริการ

แบบนี้ตรงไปตรงมาที่สุด ช่างได้เปอร์เซ็นต์เท่ากันทุกงาน คำนวณง่าย ช่างเช็กเองได้ทุกวัน

สูตรคือ ยอดค่าบริการ x เปอร์เซ็นต์ค่าคอม = ค่าคอมของงานนั้น

ตัวอย่าง ร้านเสริมสวยให้ค่าคอมช่าง 30% ของยอดจ่ายจริง วันนี้ช่างทำสีผม ฿2,500 และตัดผม ฿400

  • ทำสีผม ฿2,500 x 30% = ฿750
  • ตัดผม ฿400 x 30% = ฿120
  • รวมค่าคอมวันนี้ ฿870

บางร้านตั้งเปอร์เซ็นต์ต่างกันตามหมวดบริการ เช่น งานตัดได้มากกว่างานทำสี เพราะงานทำสีมีต้นทุนน้ำยาสูง แบบนี้ก็ทำได้ แค่ต้องมีตารางเรทที่ทุกคนเห็นตรงกัน

วิธีคิดค่าคอมมิชชั่นแบบขั้นบันไดตามยอดรายเดือน

แบบขั้นบันไดช่วยกระตุ้นให้ช่างที่ขยันได้ส่วนแบ่งมากขึ้นเมื่อยอดสูงขึ้น ตัวอย่างตารางเรท

  • ยอด ฿0 ถึง ฿30,000 ได้ 20%
  • ยอด ฿30,001 ถึง ฿60,000 ได้ 25%
  • ยอดเกิน ฿60,000 ได้ 30%

ขั้นบันไดมี 2 วิธีคิด และให้ผลต่างกันมาก สมมติช่างทำยอดเดือนนี้ได้ ฿50,000

แบบสะสมทีละขั้น คิดแต่ละช่วงด้วยเรทของช่วงนั้น

  • ฿30,000 แรก x 20% = ฿6,000
  • อีก ฿20,000 x 25% = ฿5,000
  • รวม ฿11,000

แบบทั้งก้อน เมื่อยอดขึ้นถึงขั้นไหน ใช้เรทนั้นกับยอดทั้งหมด

  • ฿50,000 x 25% = ฿12,500

แบบทั้งก้อนเข้าใจง่ายกว่า แต่มีปัญหาขอบขั้น ช่างที่ทำได้ ฿29,900 ได้ค่าคอม ฿5,980 ขณะที่ช่างที่ทำได้ ฿30,100 ได้ ฿7,525 ห่างกันเกือบ ฿1,550 จากยอดต่างกันแค่ ฿200 ช่วงปลายเดือนอาจเกิดการแย่งลูกค้าหรือดันงานเข้าชื่อตัวเอง แบบสะสมทีละขั้นจึงมักลดดราม่าในทีมได้ดีกว่า

รูปแบบเหมาะกับข้อควรระวัง
เปอร์เซ็นต์คงที่ร้านเล็ก ช่างไม่กี่คนไม่กระตุ้นยอดเพิ่ม
ขั้นบันไดทีมที่อยากโตยอดต้องเลือกวิธีคิดให้ชัด
ฐานรับประกัน + คอมช่างใหม่ ร้านเปิดใหม่ร้านรับความเสี่ยงช่วงเงียบ

คิดค่าคอมจากยอดบริการ และคิดค่าคอมจากยอดขายสินค้า ต้องแยกกัน

ร้านเสริมสวยและร้านทำเล็บหลายร้านขายสินค้าหน้าร้านด้วย เช่น แชมพู เซรั่ม น้ำมันบำรุงเล็บ ยอดขายสินค้ามีต้นทุนต่อชิ้นชัดเจนและกำไรต่ำกว่างานบริการ จึงไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์เดียวกับค่าบริการ

ตัวอย่าง ร้านให้ค่าคอมขายสินค้า 10% ช่างแนะนำแชมพู ฿890 ให้ลูกค้า 1 ขวด ช่างได้ ฿89 ถ้าร้านให้ 30% เท่างานบริการ จะเป็น ฿267 ซึ่งอาจกินกำไรสินค้าเกือบหมด

อีกทางเลือกคือให้เป็นบาทต่อชิ้น เช่น ฿50 ต่อขวด ช่างจำง่าย ร้านคุมต้นทุนได้แน่นอน

ค่าแรงรับประกันขั้นต่ำควรใช้ร่วมกับค่าคอมอย่างไร

ช่างใหม่หรือร้านที่เพิ่งเปิดมักยังไม่มีลูกค้าประจำ ถ้าจ่ายค่าคอมอย่างเดียว เดือนแรกเขาอาจได้เงินน้อยจนลาออก รูปแบบที่ใช้กันบ่อยมี 2 แบบ

ฐานเงินเดือนบวกค่าคอม เช่น ฐาน ฿12,000 บวกค่าคอม 15% ของยอดบริการ ถ้าเดือนนี้ยอด ฿40,000 ช่างได้ ฿12,000 + ฿6,000 = ฿18,000

รับประกันขั้นต่ำ เลือกอันที่มากกว่า เช่น รับประกัน ฿15,000 หรือค่าคอม 35% แล้วแต่อย่างไหนสูงกว่า ยอด ฿40,000 ได้ค่าคอม ฿14,000 ซึ่งต่ำกว่าขั้นต่ำ จึงจ่าย ฿15,000 ถ้ายอด ฿60,000 ค่าคอมเป็น ฿21,000 ก็จ่าย ฿21,000

ถ้าช่างเป็นลูกจ้างประจำ มีคำถามที่ร้านควรยืนยันก่อนวางโครงสร้าง เช่น ค่าตอบแทนรวมเป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรือไม่ ค่าคอมนับรวมเป็นค่าจ้างได้หรือไม่ และต้องนำไปคำนวณเงินสมทบประกันสังคมหรือไม่ ควรสอบถามกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม หรือนักบัญชีที่มีคุณวุฒิ

ตัวอย่างคำนวณค่าคอมช่างทำผม ช่างเล็บ และพนักงานนวด

วิธีคิดค่าคอมช่างทำผม

ร้านเสริมสวยใช้ขั้นบันไดแบบสะสม ตามตารางด้านบน ช่างทำยอดบริการเดือนนี้ ฿72,000 และขายสินค้า ฿6,000 ที่ค่าคอม 10%

  • ฿30,000 x 20% = ฿6,000
  • ฿30,000 x 25% = ฿7,500
  • ฿12,000 x 30% = ฿3,600
  • สินค้า ฿6,000 x 10% = ฿600
  • รวมค่าคอม ฿17,700

ค่าคอมมิชชั่นช่างทำเล็บ

ร้านทำเล็บคิด 40% จากยอดหลังหักค่าวัสดุ งานเพ้นท์เล็บเจลพร้อมติดอะไหล่ ราคา ฿800 ค่าวัสดุตามตารางร้าน ฿100

  • (฿800 - ฿100) x 40% = ฿280

ควรทำตารางค่าวัสดุแบบเหมาต่องานไว้ล่วงหน้า แทนการนับอะไหล่ทีละเม็ด จะคำนวณเร็วและไม่ต้องเถียงกันทุกงาน

ค่าคอมมิชชั่นพนักงานนวด

ร้านนวดหลายร้านนิยมจ่ายเป็นค่ามือต่อชั่วโมงแทนเปอร์เซ็นต์ เช่น นวดไทย ฿100 ต่อชั่วโมง นวดน้ำมัน ฿130 ต่อชั่วโมง วันนี้พนักงานนวดไทย 2 ชั่วโมง 2 ราย และนวดน้ำมัน 1 ชั่วโมง 1 ราย

  • นวดไทย 4 ชั่วโมง x ฿100 = ฿400
  • นวดน้ำมัน 1 ชั่วโมง x ฿130 = ฿130
  • รวม ฿530

ข้อดีของค่ามือต่อชั่วโมงคือ เมื่อร้านจัดโปรลดราคา รายได้พนักงานไม่ลดตาม พนักงานจึงไม่ต่อต้านโปรโมชั่น

ข้อควรกำหนดให้ชัด: ส่วนลด มัดจำ ลูกค้ายกเลิก งานแก้ และการแบ่งงาน

ปัญหาค่าคอมส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสูตร แต่มาจากกรณีพิเศษที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ เขียนเรื่องเหล่านี้ลงในกติกาของร้าน

  • ส่วนลดและโปรโมชั่น คิดค่าคอมจากยอดก่อนหรือหลังลด ถ้าร้านจัดโปรเอง ร้านอาจรับส่วนลดไว้เองเพื่อให้ทีมสนับสนุนโปร
  • มัดจำ ค่าคอมเกิดเมื่อทำงานเสร็จ ไม่ใช่ตอนลูกค้าโอนมัดจำ
  • ลูกค้าไม่มาและร้านริบมัดจำ จะแบ่งให้ช่างที่ว่างรอคิวไหม เช่น แบ่งครึ่ง หรือไม่แบ่งเลย
  • งานแก้ ลูกค้ากลับมาแก้ภายในกี่วันถือเป็นงานฟรี และไม่มีค่าคอมเพิ่ม
  • การแบ่งงาน ช่างตัดกับผู้ช่วยสระ หรือช่างเล็บสองคนทำลูกค้าคนเดียว แบ่งสัดส่วนอย่างไร
  • ลูกค้าระบุช่าง ลูกค้าที่จองเจาะจงช่าง จะได้เรทพิเศษหรือไม่

ให้ลูกค้าจองคิวเองได้ตลอด 24 ชม.

ลิงก์จองคิวเดียว ใช้ได้ทั้ง LINE, Google Maps, Instagram และเว็บไซต์ ลูกค้าเลือกบริการ ช่าง และเวลาได้เอง ระบบส่งแจ้งเตือนให้อัตโนมัติ

สร้างหน้าจองคิวฟรี ใช้ฟรีตลอด · ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ทีละขั้นตอน

วางระบบค่าคอมให้ร้านใน 5 ขั้น

  1. ขั้นที่ 1

    เลือกฐานการคิด

    ตัดสินว่าจะคิดจากราคาเมนู ยอดจ่ายจริง หรือยอดหลังหักค่าวัสดุ แล้วใช้แบบเดียวทั้งร้าน

  2. ขั้นที่ 2

    ทำตารางเรท

    แยกเรทงานบริการแต่ละหมวดกับยอดขายสินค้า และระบุว่าขั้นบันไดคิดแบบสะสมหรือทั้งก้อน

  3. ขั้นที่ 3

    เขียนกรณีพิเศษ

    ส่วนลด มัดจำ ลูกค้าไม่มา งานแก้ และการแบ่งงาน ให้ทุกคนอ่านและรับทราบ

  4. ขั้นที่ 4

    ผูกค่าคอมกับนัดหมาย

    ทุกงานต้องมีชื่อช่าง บริการ และยอดจ่ายจริงบันทึกไว้ในระบบเดียว

  5. ขั้นที่ 5

    สรุปให้ช่างดูก่อนจ่าย

    ส่งยอดให้ช่างเช็กก่อนวันจ่ายเงิน 1 ถึง 2 วัน เพื่อแก้ข้อผิดพลาดก่อนโอน

ลดข้อผิดพลาดด้วยข้อมูลนัดหมายและระบบค่าคอมใน JaaTime Pro

ปฏิทินรายวันภาษาไทยของ JaaTime แสดงคิวของพนักงานทุกคน%20-%202026-06-03%20at%2002.08.53.png)

ร้านที่จดคิวในสมุดหรือในแชท LINE มักเจอปัญหาเดิมทุกสิ้นเดือน งานหายจากรายการ จำไม่ได้ว่าลูกค้าคนไหนใช้โค้ดส่วนลด หรือไม่แน่ใจว่างานนั้นใครเป็นคนทำ ค่าคอมที่แม่นยำจึงต้องเริ่มจากข้อมูลนัดหมายที่แม่นยำ

เมื่อลูกค้าจองผ่าน ระบบจองคิวออนไลน์ของ JaaTime ทุกนัดจะผูกกับบริการ ช่าง และเวลาที่ชัดเจน ระบบจัดตารางพนักงานช่วยป้องกันการจองซ้อน และประวัติลูกค้าเก็บไว้ว่าใครมาทำอะไรกับช่างคนไหน ตั้งแต่แพ็กเกจ Plus ร้านเก็บมัดจำผ่านพร้อมเพย์และติดตามการชำระเงินรายนัดได้ ส่วนแพ็กเกจ Pro เพิ่มเครื่องมือเงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น และการเงิน ช่วยรวมข้อมูลค่าคอมและการเงินไว้กับข้อมูลนัดหมาย รองรับทีมได้ถึง 10 ที่นั่ง เหมาะกับร้านที่มีช่างหลายคน ส่วนกติกาเฉพาะของร้าน เช่น ขั้นบันได การแบ่งงาน หรือกรณีพิเศษ ควรตรวจสอบว่าตั้งค่าได้ตรงกับที่ร้านใช้ก่อนเริ่มใช้จริง

ระบบค่าคอมใน JaaTime Pro ราคาเท่าไร

แพ็กเกจ Pro ราคา ฿990 ต่อเดือน หรือ ฿825 ต่อเดือนเมื่อจ่ายรายปี (฿9,900 ต่อปี)

ทุกบัญชีใหม่เริ่มด้วยการทดลองแพ็กเกจ Max ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต คุณจึงลองตั้งพนักงาน บริการ และดูข้อมูลนัดหมายของทีมจริงก่อนตัดสินใจได้ ดูรายละเอียดแต่ละแพ็กเกจได้ที่หน้าราคา

สรุปง่าย ๆ เลือกฐานการคิดให้ชัด แยกงานบริการกับสินค้า ใช้ค่าแรงรับประกันช่วยช่างใหม่ และเขียนกรณีพิเศษไว้ตั้งแต่แรก เมื่อข้อมูลนัดหมายและการชำระเงินอยู่ในที่เดียว จะช่วยลดการกระทบยอดด้วยมือ และทำให้ตรวจสอบการคำนวณค่าคอมได้ง่ายขึ้น ทีมของคุณจึงเชื่อใจตัวเลขที่ได้รับมากขึ้น

10คำถามที่พบบ่อย

01ค่าคอมมิชชั่นช่างควรให้กี่เปอร์เซ็นต์?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับทุกร้าน ให้เริ่มจากต้นทุนของร้าน ทั้งค่าเช่า ค่าวัสดุ และกำไรที่ต้องการ แล้วคำนวณย้อนว่าเหลือส่วนแบ่งให้ช่างได้เท่าไร งานที่ใช้วัสดุแพงมักได้เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่างานที่ใช้ฝีมือล้วน

02ค่าคอมมิชชั่นของช่างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?

เป็นคำถามที่ร้านควรยืนยันกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีที่มีคุณวุฒิก่อนจ่าย ว่าต้องหักหรือไม่และอัตราเท่าไร เพราะอาจขึ้นกับสถานะของช่างว่าเป็นลูกจ้างประจำหรือผู้รับจ้างอิสระ เพื่อหักและยื่นแบบให้ถูกต้อง

03ควรจ่ายค่าคอมรายสัปดาห์หรือรายเดือน?

ร้านอาจจ่ายรายเดือนหรือทุกครึ่งเดือน เพราะคิดขั้นบันไดได้ง่ายและมีเวลาเช็กงานแก้หรือยกเลิก ถ้าจ่ายรายสัปดาห์ ควรกำหนดให้ชัดว่าการปรับยอดย้อนหลังจะหักในรอบถัดไป

04ช่างฝึกหัดหรือผู้ช่วยควรได้ค่าคอมไหม?

อาจให้เป็นค่าแรงรายวันหรือเงินเดือนบวกค่าคอมเล็กน้อยต่องานที่ช่วย เช่น เป็นบาทต่อการสระหรือต่อการเตรียมเล็บ เพื่อให้มีรายได้แน่นอนระหว่างฝึก และค่อยปรับเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อรับลูกค้าเองได้

05ลูกค้าที่จองเจาะจงช่าง ควรได้ค่าคอมต่างจากลูกค้าทั่วไปไหม?

บางร้านให้เรทพิเศษกับลูกค้าที่ระบุชื่อช่าง เพื่อตอบแทนช่างที่สร้างฐานลูกค้าประจำเอง ถ้าใช้วิธีนี้ ต้องมีข้อมูลการจองที่บันทึกชื่อช่างไว้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้ง

บทความ JaaTimeอัปเดตเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2569 ราคาแพ็กเกจในบทความนี้ดึงจากรายการราคาจริงของเรา เจอข้อมูลไม่ถูกต้อง? แจ้งเราทาง LINE

แชร์บทความนี้

พร้อมเพิ่มยอดจองของคุณหรือยัง?

JaaTime ช่วยให้ร้านเสริมสวย สปา และคลินิกในไทยรับจองได้ตลอด 24 ชม. ทั้งบน LINE และเว็บ — ตั้งค่าได้ในไม่กี่นาที เริ่มต้นใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

อ่านต่อ

บทความทั้งหมด

สะสมแต้ม

บัตรสะสมแต้ม LINE แบบไหนดี? เทียบ Reward Card กับระบบสะสมแต้มในระบบจองคิว

ร้านเสริมสวย ร้านนวด และร้านทำเล็บควรใช้บัตรสะสมแต้ม LINE OA ฟรี หรือระบบสะสมแต้มที่อยู่ร่วมกับประวัติลูกค้า? คู่มือเลือกแบบตรงไปตรงมา พร้อมตัวอย่างเงื่อนไขที่ไม่กินกำไรเวลาอ่าน11 นาทีอัปเดต31 ตุลาคม
line สำหรับร้าน

ขนาด Rich Menu LINE OA ครบทุกแบบ: 2500×1686, 2500×843 และพื้นที่กดของแต่ละปุ่ม

สรุปขนาด Rich Menu LINE OA แบบใหญ่และแบบกะทัดรัด ข้อกำหนดไฟล์ไม่เกิน 1 MB และพิกัดพื้นที่กดของเลย์เอาต์ยอดนิยม พร้อมวิธีวางปุ่มจองคิวให้ลูกค้ากดแล้วจองได้ทันทีเวลาอ่าน9 นาทีอัปเดต29 ตุลาคม
product-update

JaaTime เชื่อมกับ Google แล้ว! ลูกค้าจองคิวได้ตรงจาก Google Maps + ฟีเจอร์ใหม่อีก 11 อย่าง

JaaTime เป็นพาร์ทเนอร์ Reserve with Google อย่างเป็นทางการแล้ว ลูกค้าค้นเจอร้านบน Google Maps แล้วกดจองได้ในไม่กี่แตะ พร้อมฟีเจอร์ใหม่ จองแบบกลุ่ม ห้องและคอร์ท ข้อความ LINE ของร้านเอง แบบฟอร์มหลังจอง และอีกมากมายเวลาอ่าน6 นาทีอัปเดต19 ตุลาคม